emovement emovement eprivilege eprivilege mapaqi
emovement mapaqi
mapaqi
mapaqi
 

bannerNews01

กรมปศุสัตว์ ส่งชุดเฉพาะกิจบังคับใช้กฎหมาย จากกองสารวัตรและกักกัน เข้าตรวจค้นห้องเย็น 10 แห่งในพื้นที่จังหวัดอยุธยา เพื่อตรวจสอบการลักลอบนำเข้าซากสัตว์ จากต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย พบซากสัตว์(เนื้อกระบือ) ลักลอบนำเข้า จำนวน 4 รายการ รวมน้ำหนัก 12,400 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 2.5 ล้านบาท
NewsDaily03

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์
เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ได้สั่งการให้ ชุดเฉพาะกิจบังคับใช้กฎหมาย สังกัดกองสารวัตรและกักกัน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่กองสารวัตรและกักกัน สนธิกำลังร่วมกับด่านกักกันสัตว์กลุ่มที่ 1 เข้าตรวจสอบห้องเย็นในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 10 แห่ง ตามที่ได้รับข้อมูลว่ามีการลักลอบนำเข้าซากสัตว์จากต่างประเทศ มาซุกซ่อนไว้ ซึ่งผลการตรวจสอบ พบซากสัตว์นำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 4 รายการ คือ เนื้อกล่องเหลือง ยี่ห้อ allana จำนวน 4,800 กิโลกรัม เนื้อกล่องขาว ไม่ทราบยี่ห้อ จำนวน 4,800 กิโลกรัม เนื้อกล่องเขียว ยี่ห้อ 333 halal จำนวน 600 กิโลกรัม และเนื้อกล่องดำ ยี่ห้อ ZIAA จำนวน 2,200 กิโลกรัม รวมน้ำหนักทั้งหมด 12,400 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 2.5 ล้านบาท
5b583f9c708dab665c14d4edbdbc02e2e6b68407ce384f34fd58d5a53e4891d5

“การปฏิบัติงานครั้งนี้เป็นไปตามมาตรการเข้มงวดตรวจสอบการลักลอบนำเข้าซากสัตว์จากต่างประเทศอย่างผิดกฎหมายของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบซากสัตว์ของกลางไม่ทราบแหล่งที่มาหรือสถานที่ผลิตที่ชัดเจน ไม่มีเอกสารหลักฐานที่ผ่านการตรวจสอบจากสัตวแพทย์ และหนังสือรับรองสุขศาสตร์ซากสัตว์จากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทำให้มีความเสี่ยงที่อาจ มีเชื้อโรคระบาดปะปนมากับซากสัตว์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ จึงได้ทำการอายัดซากสัตว์ ไว้เป็นของกลาง รวบรวมพยานหลักฐานส่งดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ พร้อมทั้งดำเนินการร้องทุกข์ กล่าวโทษ กับเจ้าของห้องเย็น ซึ่งเป็นเจ้าของซากสัตว์ดังกล่าว โดยแจ้งข้อหาในการกระทำความผิดตาม มาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 กรณีนำซากสัตว์เข้าราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย มีโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 กรณี เคลื่อนย้ายซากสัตว์ข้ามจังหวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสัตวแพทย์ประจาท้องที่ต้นทาง มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่ เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”อธิบดีกรมปศุสัตว์" กล่าว

ด้านนายสัตวแพทย์ ยุทธนา ชัยศักดานุกูล ผู้อำนวยการกองสารวัตรและกักกัน กรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันพบว่ายังมีการลักลอบนำเข้าซากสัตว์จากต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย รวมถึงการเคลื่อนย้ายซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ซากสัตว์ไม่ถูกตรวจสอบจึงมีความเสี่ยงที่ซากสัตว์นั้นอาจเป็นพาหะ ของโรคระบาดได้ กรมปศุสัตว์จึงต้องมีมาตรการเข้มงวดตรวจสอบการลักลอบนำเข้าซากสัตว์จากต่างประเทศและควบคุม เคลื่อนย้ายภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและผู้บริโภค

DailyBanner05

สำหรับประชาชนที่ต้องการข้อมูล หรือพบเห็นการกระทำผิดด้านปศุสัตว์ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับข้อมูล หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดเพื่อดาเนินการตามกฎหมาย โดยสามารถแจ้งผ่านแอพพลิเคชั่น “DLD 4.0” ที่ดาวน์โหลดและติดตั้งได้ในโทรศัพท์ทุกระบบ

 

 picture01

''กรมปศุสัตว์''คุมเข้มเนื้อสัตว์นำเข้าจากต่างประเทศ

''ปศุสัตว์''ยึดมาตรการควบคุมการนำเข้าเนื้อสัตว์จากต่างประเทศ ต้องผ่านการตรวจรับรองสถานะโรค ความปลอดภัยอาหาร สถานที่ผลิต เพื่อป้องกันโรคระบาดสัตว์เข้าสู่ไทย

picture02

สัตวแพทย์หญิงลมัย นามมงคล นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าฝ่ายระหว่างประเทศ กองสารวัตรและกักกัน กรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ได้มอบหมายให้กองสารวัตรและกักกัน ด่านกักกันสัตว์ทั่วประเทศเข้มงวดในการป้องกันการลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์และซากสัตว์ทุกช่องทางทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ เพื่อป้องกันโรคระบาดสัตว์ที่อาจแพร่ระบาดเข้ามาในประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทย

picture03

 

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ได้มีมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าปศุสัตว์จากต่างประเทศที่จะมาจำหน่ายนั้น ต้องได้รับการตรวจรับรองด้านความปลอดภัยอาหาร โรคระบาดสัตว์ ห้องปฎิบัติการหรือสถานที่ในการผลิตสินค้าปศุสัตว์ เช่น เนื้อโค ไก่ สุกร ต้องถูกสุขอนามัย ซึ่งเป็นมาตรการเชิงนโยบายเพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคเนื้อสัตว์ภายในประเทศ

picture04

 

สำหรับการนำเข้าสัตว์มีชีวิตและผลิตภัณฑ์สัตว์จากต่างประเทศ ประเทศผู้ส่งออกต้องส่งหนังสือแจ้งขอเปิดตลาดสินค้าปศุสัตว์ ถึงอธิบดีกรมปศุสัตว์ โดยกรมปศุสัตว์ จะดำเนินการจัดส่งแบบสอบถามให้ประเทศคู่ค้า พร้อมมีคณะกรรมการฯ พิจารณาแบบสอบถามและประเมินความเสี่ยง ได้แก่ การทำงานของหน่วยงานสัตวแพทย์ การกำกับดูแลของภาครัฐ โรคระบาดสัตว์ ความปลอดภัยอาหาร และสถานที่ผลิตของประเทศผู้ส่งออก

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจประเมินแหล่งผลิต เพื่อรวบรวมข้อมูลโดยพิจารณาตามความเสี่ยง ความน่าเชื่อถือของระบบ และการกำกับดูแลของภาครัฐและภาคเอกชน และรวบรวมข้อมูลเสนอต่อด้านความปลอดภัยอาหารและประเมินความเสี่ยงสินค้าปศุสัตว์ หากผลการพิจารณาเป็นที่ยอมรับได้ ขั้นตอนต่อมาเป็นการพิจารณาร่างเงื่อนไขการนำเข้าและหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate)

เพื่อให้ประเทศผู้ส่งออกจัดส่งตัวอย่างลายเซ็น ร่างรูปแบบ Health Certificate พร้อมตราประทับ และกรมปศุสัตว์จะประกาศรับรองให้ส่งออกสินค้ามายังประเทศไทยได้ นอกจากนี้ ยังมีขั้นตอนการนำเข้าสัตว์และซากสัตว์ที่ต้องดำเนินการถัดไป ซึ่งสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กองสารวัตรและกักกัน https://aqi.dld.go.th/

 picture05

ปัจจุบันมีประเทศที่สามารถนำเข้าสินค้าปศุสัตว์มายังประเทศไทย เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา อาร์เจนติน่า เป็นต้น โดยกรมปศุสัตว์ได้เดินทางไปตรวจรับรองแหล่งผลิตและประเมินความปลอดภัยทางด้านอาหาร และความปลอดภัยทางโรคระบาดสัตว์เรียบร้อย เมื่อครบกำหนดการรับรอง 3 ปี กรมปศุสัตว์จะทำการเดินทางไปตรวจรับรองแหล่งผลิตอีกครั้ง
นอกจากนี้ ยังมีกว่า 20 ประเทศที่มีความสนใจต้องการส่งออกสินค้าปศุสัตว์มายังประเทศไทย โดยหลายประเทศเห็นศักยภาพของประเทศไทยว่าสามารถเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนได้ ซึ่งสินค้าปศุสัตว์ที่ต้องการนำเข้า เนื้อโค เนื้อสุกร เนื้อไก่ เนื้อหมักเกลือ พาร์ม่าแฮม ซาลามี่ เป็นต้น ดังนั้นทุกประเทศที่ประสงค์ต้องการส่งออกมายังไทย ต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ และยอมรับเงื่อนไขของกรมปศุสัตว์ทุกข้อ

 

โดยนโยบายที่กรมปศุสัตว์ มอบหมายให้กองสารวัตรและกักกัน และทุกด่านกักกันสัตว์ท่าเข้าเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ทำให้โรคระบาดสัตว์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศนั้น มีโอกาสน้อยที่จะไม่พบการระบาดในประเทศไทย และยังเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารสู่ความยั่งยืน

 

ที่มาข่าวเดลินิวส์ : อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์  พฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563

 

 

 

banner cat dog


นายสัตวแพทย์คมสัน รุ่งเรือง หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้หลายประเทศเกิดความกังวลว่าสัตว์เลี้ยงมีโอกาสติดเชื้อและอาจเป็นพาหะนำเชื้อโรคได้ แม้ยังไม่มีรายงานการติดเชื้อโควิด-19 จากสัตว์เลี้ยงสู่มนุษย์

     ดังนั้นการนำสัตว์เลี้ยงเดินทางไปบางประเทศ จึงต้องมีเอกสารรับรองสัตว์เลี้ยงระบุว่าอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยและไม่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ด่านกักกันสัตว์ กองสารวัตรและกักกัน กรมปศุสัตว์ จึงเพิ่มมาตรการกักตัวสัตว์ 14 วันก่อนเดินทาง และเมื่อใกล้ครบกำหนดสัตวแพทย์จากด่านฯ จะเข้าไปตรวจสุขภาพสัตว์อีกครั้ง ซึ่งมีบริษัทเอกชนขอขึ้นทะเบียนจัดทำสถานที่พักสำหรับกักตัวสัตว์

      โดยสัตวแพทย์จากด่านฯ จะเข้าตรวจความเหมาะสมของพื้นที่ เครื่องมือและอุปกรณ์ รวมถึงการควบคุมและป้องกันโรค ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์เลี้ยงต้องล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัย เพื่อสกัดไวรัสโควิด-19 ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับกรมปศุสัตว์ในการออกใบรับรองการกักสัตว์ที่จะเดินทางไปยังประเทศปลายทาง เช่น ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศสิงคโปร์ เป็นต้น

     นอกจากนี้ ในการเดินทางยังต้องได้รับใบอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ โดยปฏิบัติตามวิธีการนําเข้า ส่งออก หรือนําผ่านราชอาณาจักร ภายใต้พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 รายละเอียดประกอบด้วยการนำสัตว์เลี้ยงมาตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง 3 วัน แสดงใบรับรองการฝังไมโครชิพ (ทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์) และใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
cer01
เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาออกใบอนุญาตนำสัตว์ออกนอกราชอาณาจักร (แบบ ร. 9) และการออกหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate) ซึ่งต่างประเทศให้ความสำคัญและกฎหมายประเทศไทยได้มีข้อกำหนดในเรื่องนี้ ถือเป็นมาตรฐานสากลที่หลายประเทศกำหนดใช้ให้ตรงตามเงื่อนไขของประเทศปลายทางอย่างถูกต้อง

ขั้นตอนการขอเอกสารนำสัตว์เลี้ยงออกนอกประเทศ
1.ผู้โดยสารที่มีความประสงค์เดินทางพร้อมสุนัขและแมว กรอกแบบคำขออนุญาตนำสัตว์ออกนอกราชอาณาจักร (แบบ ร.1/1) แบบออนไลน์ผ่านระบบ e-Movement (https://newemove.dld.go.th/req) โดยยื่นเรื่องไปที่ด่านกักกันสัตว์ท่าออก เช่น ด่านกักกันสัตว์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นต้น

 banner cat dog01
2. ตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงเบื้องต้นที่ด่านฯ ก่อนวันเดินทาง 3 วัน เช่น วัดอุณหภูมิร่างกาย ตรวจเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เอกสารรับรองการฝังไมโครชิพ ตรวจอายุสัตว์เลี้ยง ซึ่งต้องมีอายุ 4 เดือนขึ้นไป การเดินทางไปประเทศปลายทางหลายประเทศ เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง รวมถึงจีน กำหนดให้สุนัขแมวตรวจค่าภูมิคุ้มกันต่อโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies Titer Test) ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารนี้ด้วยเช่นกัน
banner cat dog02

3. ผู้โดยสารชำระเงินค่าใบคำขอและค่าธรรมเนียมนำออก 260 บาท สำหรับการนำออกสุนัขหรือแมว 1 ตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการอนุมัติออกใบอนุญาตนำสัตว์ออกนอกราชอาณาจักร (แบบ ร. 9) และหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์ฉบับภาษาอังกฤษ (Health Certificate) มอบให้แก่ผู้โดยสารเพื่อนำ
ไปยื่นแก่สายการบินตอนเช็คอินและด่านกักกันสัตว์ที่ประเทศปลายทาง

banner cat dog03

สำหรับการเดินทางโดยเครื่องบินมี 2 แบบ คือ นำติดตัวผู้โดยสารขึ้นเครื่อง (Hand Carry) และ ทาง Air Cargo โดยโหลดไว้ที่ห้องบรรทุกสัมภาระพิเศษใต้ท้องเครื่องที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยง ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบรายละเอียดการขนส่งกับเจ้าหน้าที่แต่ละสายการบิน สำหรับกล่องบรรจุหรือกรงสัตว์ ต้องได้ตามมาตรฐานของ IATA (สมาคมขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างประเทศ)

วีดีโอ

 

ด่านกักกันสัตว์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดทำการ จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8:30 น. ถึง 16.30 น. 
หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามได้ที่ 02 134 0731
อีเมลล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
หรือเพจเฟสบุ๊ก Aqs Suvarnabhumi Airport Thailand

 

ที่มาข่าวเดลินิวส์ : อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์  พฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2563

 

 

banner Cattle

''ปศุสัตว์''ย้ำนำเข้าโคมีชีวิต ต้องปลอดโรคระบาดสัตว์
กรมปศุสัตว์มอบหมายด่านกักกันสัตว์ท่าเรือกรุงเทพ ต้องตรวจสอบการนำเข้าโคจากต่างประเทศอย่างเข้มงวด ย้ำประเทศต้นทางต้องไม่พบโรคระบาดสัตว์ เพื่อสกัดการแพร่กระจายของเชื้อเข้าสู่ประเทศไทย

banner 01

นายสัตวแพทย์ชาคริต ภูมิศรีจันทร์  หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ท่าเรือกรุงเทพ กล่าวว่า การนำเข้าโคเนื้อจากต่างประเทศโดยทางเรือ ต้องขึ้นอยู่กับสภาวะโรคของประเทศต้นทาง และได้รับการตรวจรับรองแหล่งผลิตจากกรมปศุสัตว์ก่อนการนำเข้า ซึ่งด่านกักกันสัตว์ท่าเรือกรุงเทพ กรมปศุสัตว์ จะดำเนินการตรวจสอบสภาวะโรคของประเทศต้นทางเป็นอันดับแรก เช่น ต้องปลอดจากโรคปากและเท้าเปื่อย หรือโรคอื่นๆ ที่กรมปศุสัตว์กำหนด
ซึ่งข้อมูลได้ยึดถือหลักเกณฑ์จากองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (World Organization for Animal Health หรือ OIE) เป็นหลัก โดยผู้ประกอบการที่นำเข้าโคเนื้อส่วนใหญ่มาจากประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา

banner 02

ทุกครั้งการนำเข้าโคสัตวแพทย์จากด่านกักกันสัตว์ฯ มีมาตรการเก็บตัวอย่างส่งตรวจห้องปฏิบัติการเพื่อทดสอบหาโรคที่กรมปศุสัตว์กำหนด กรณีประเทศต้นทางพบโรคระบาดสัตว์ตาม พ.ร.บ. โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 กรมปศุสัตว์ จะประกาศชะลอนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อเข้าสู่ประเทศไทย เป็นการสร้างความมั่นใจต่อผู้บริโภค

สำหรับผู้ประกอบการที่มีความประสงค์นำเข้าโคโดยการขนส่งทางน้ำ ต้องได้รับใบแจ้งอนุมัตินำสัตว์เข้าในราชอาณาจักร หรือกรณีโคเคลื่อนผ่านประเทศไทยไปประเทศที่สาม ต้องได้รับใบแจ้งอนุญาตนำสัตว์ผ่านราชอาณาจักร (แบบ ร.6)

banner 03

และเมื่อโคมาถึงประเทศไทยจะต้องผ่านการตรวจเอกสารและสุขภาพโคจากสัตวแพทย์ของด่านกักกันสัตว์ท่าเรือกรุงเทพ เช่น ดูตา ปาก และกีบ เพื่อหาร่องรอยวิการของโรคปากและเท้าเปื่อย หากร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงจึงออกใบอนุญาตนำสัตว์เข้าในราชอาณาจักร (แบบ ร.7) หรือใบอนุญาตนำสัตว์ผ่านราชอาณาจักร (ร.8) แก่ผู้ประกอบการ เพื่อเคลื่อนย้ายโคจากเรือขึ้นรถบรรทุก โดยก่อนออกจากท่าเรือ เจ้าหน้าที่ ด่านกักกันสัตว์ฯ จะพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรครอบรถทุกคัน ก่อนเข้าสถานกักกันสัตว์ที่กรมปศุสัตว์รับรอง

ขั้นตอนการขอเอกสารนำเข้า-สัตว์มีชีวิต ระหว่างประเทศ 

1. ยื่นแบบคำขออนุญาตนำสัตว์ หรือ ซากสัตว์ เข้าราชอาณาจักร (แบบร.1/1) ออนไลน์ ผ่านระบบ e-Movement (https://newemove.dld.go.th/req) สามารถยื่นเรื่องไปที่ด่านกักกันสัตว์ท่าเข้า เช่น ด่านกักกันสัตว์ท่าเรือกรุงเทพ
           
2. ด่านกักกันสัตว์ตรวจสอบสภาวะโรคของประเทศต้นทางเพื่อออกหนังสืออนุมัติในหลักการอนุญาตนำสัตว์เข้าราชอาณาจักรฉบับภาษาอังกฤษ (Import Permit) พร้อมสำเนาเงื่อนไข (Requirement)

3. ผู้ประกอบการนำ Import Permit ส่งไปยังประเทศต้นทางทันที เพื่อจะได้ไปปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไข และแจ้งด่านกักกันสัตว์ฯ ล่วงหน้า 3 วัน ก่อนสัตว์เดินทางมาถึง เพื่อออกใบแจ้งอนุญาตนำสัตว์เข้าในราชอาณาจักร (แบบ ร.6)
           
4. ต้องมีเอกสารหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate) เป็นภาษาอังกฤษ จากประเทศต้นทางและต้องตรงตามเงื่อนไขที่กรมปศุสัตว์กำหนดทุกประการ

5. เมื่อเรือนำเข้ามาถึงท่าเรือ สัตวแพทย์จากด่านกักกันสัตว์ฯ เข้าตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้อง และสัตว์มีสุขภาพสมบูรณ์ จึงออกใบอนุญาตนำสัตว์เข้าในราชอาณาจักร (แบบ ร.7) เพื่อเคลื่อนย้ายโคจากเรือขึ้นรถบรรทุก โดยก่อนออกจากท่าเรือเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์ฯ จะพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรครอบรถบรรทุกสัตว์อย่างชุ่มโชกทุกคัน
           
6. สัตว์ที่นำเข้าราชอาณาจักร ด่านกักกันสัตว์จะเก็บตัวอย่างส่งตรวจห้องปฏิบัติการ ณ สถานกักกันสัตว์ที่กรมปศุสัตว์รับรอง รอผลการตรวจ และชำระค่าธรรมเนียมนำเข้าราชอาณาจักร เมื่อทดสอบโรคผ่านจึงจะอนุญาตให้ผู้ประกอบการนำสัตว์ไปใช้ประโยชน์ตามที่ได้แจ้งขออนุญาตต่อไป

banner 04

นายสัตวแพทย์ชาคริต กล่าวว่า แม้ว่าประเทศไทยยังคงนำเข้าโคเนื้อ ขณะเดียวกันกรมปศุสัตว์มีนโยบายส่งเสริมและผลักดันให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงโคเนื้อ เนื่องจากประเทศไทยเป็นที่ยอมรับของหลายประเทศในการผลิตโคเนื้อที่ได้มาตรฐาน คุณภาพดีเพื่อใช้บริโภคในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น สปป.ลาว และเวียดนาม นอกจากนี้ยังวางแผนการส่งออกโดยเปิดตลาดใหม่ที่ประเทศจีนอีกด้วย
 banner 05


ทั้งนี้ การนำเข้าโคเนื้อและการส่งออกไปยังต่างประเทศ กรมปศุสัตว์ ด่านกักกันสัตว์ท่าเรือกรุงเทพ    จึงต้องทำงานเข้มงวดโดยโคต้องผ่านการทดสอบเชื้อโรคระบาดสัตว์ การเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่ ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 เพื่อให้โคที่นำเข้ามีคุณภาพ ควบคู่กับการส่งออกที่ได้มาตรฐาน ถูกสุขอนามัย ปราศจากโรค และปลอดภัยตอบโจทย์ผู้บริโภค

วีดีโอ การนำเข้าโคเนื้อ


ทั้งนี้ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ด่านกักกันสัตว์ท่าเรือกรุงเทพ
เปิดทำการ จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8:30 น. ถึง 16.30 น. โทร 02 249 1221
อีเมลล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

ที่มาข่าวเดลินิวส์ : อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์  จันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2563

 

 

 

milkday02


1 มิถุนายน 2563
วันดื่มนมโลก World Milk Day กองสารวัตรและกักกัน กรมปศุสัตว์ สนับสนุนการดื่มนม
สร้างความสุข เสริมภูมิคุ้นกัน ดื่มนมทุกวัน ดื่มได้ทุกวัย บริโภคนมได้หลากหลายเมนู