emovement emovement eprivilege eprivilege mapaqi
emovement mapaqi
mapaqi
mapaqi

                   

กิจกรรมการออกหน่วยปฎิบัติการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การดำเนินการ โครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัย
(ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี)

 

 picrabiescontrol  rabies chonburi2018
 rabies control surin61  rabies ubon61
 rabies yasothon61  Rabi Srisaket61
 rabies yasothon61  rabies tak61

 

 

ตารางสรุปผลการปฎิบัติการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า รายจังหวัด

จังหวัด ฉีดวัคซีน สะสมทั้งหมด รวม  ทำหมันสะสมทั้งหมด    รวม
 สุนัข แมว  สัตว์อื่นๆ   สุนัข แมว   สัตว์อื่นๆ
 พระนครศรีอยุธยา   2,362  2,467  9  4,838  997  1,402  -  2,399
 ชลบุรี   1,608  762  1  2,371  870  722  -  1,592
 สุรินทร์   1,662  708  1  2,371  1,430  570  -  2,000
 อุบลราชธานี   866  441  -  1,307  745  689  -  1,434
 ยโสธร   1,506  473  -  1,979  679  309  -  988
 ศรีสะเกษ 836 395  - 1,231  1,405 745 - 2,150
 ปราจีนบุรี  1,133 834   -  1,967  1,013 891  -  1,904
 ตาก  366 268  -  334  690 566  - 1,256 
 ปราจีนบุรี  1,133 834   -  1,967  1,013 891  -  1,904
 ตาก  366 268  -  334  690 566  - 1,256 
 นครสวรรคร์ 330  474   1 805   841  988   1,829 
                 
รวม 10,669 6,823 12 17,504 7,265 6,882 - 14,147

 

แผนที่แสดงจังหวัดที่หน่วยปฎิบัติการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า 
map rabiControl

galleryngo01

กรมปศุสัตว์ัจับมือภาคประชาชนและกลุ่มองค์กรอิสระจัดติวเข้มบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานบังคับใช้กฎหมาย ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557
โดยนายสัตวแพทย์จีระศักดิ์ พิพัฒนพงศ์โสภณ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานเปิดการสัมมนา โดยการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายเป็นนโยบายที่มีความสำคัญของกรมปศุสัตว์ โดยมีเจ้าหน้าที่กรมปศุัสัตว์เป็นผู้ปฏิบัติและขับเคลื่อนให้สำเร็จตรงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องมีความรู้ ความเข้าใจในข้อกฎหมาย และข้อปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างรอบคอบ และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาชน เพื่อนไปสู่กรดำเนินการกับผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังต้องระมัดระวังการปฏิบัติงานต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายหรืออันตรายต่อตนเองและผู้อื่น

ด้านนายสัตวแพทย์บุรินทร์ สรสิทธิสุขสกุล ผู้อำนวยการกองสารวัตรและกักกัน มีนโยบายให้กองสารวัตรและกักกันเป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลปฏิบัติงานบังคับใช้กฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมต่อสัตว์รวมถึงสวัสดิภาพสัตว์ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างอย่างยิ่งกลุ่มองกรพัฒนาอิสระ (NGO) และภาคประชาชน ซึ่งในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้มีประสบการณ์ในงานด้านการช่วยเหลือปกป้อง คุ้มครองสัตว์

  • คุณกัญจนา ศิลปอาชา ผู้มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อน
  • คุณโรเจอร์ โลหนันทน์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อสัตว์ (ไทย)
  • คุณเก๋ ชลลดา เมฆราตรี มูลนิธิเดอะวอยช์
  • คุณวราภรณ์ จิตตานนท์ ผู้แทนมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย (Soi Dog)
  • คุณเอ็ดวิน วิก จากมูลนิธิเพื่อสัตว์ป่า

ตลอดจนอาจารย์ นักวิชาการเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เชี่ยวชาญการดำเนินคดีเกี่ยวกับสัตว์รวมถึงวิทยากรกรมปศุสัตว์ สำนักกฎหมาย สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ เป้าหมายเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์มีความรู้ความเข้าใจ ถึงแนวทางการปฏิบัติงานและตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ และเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล สามารถป้องกัน ป้องปรามการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ต่อไป

วันที่ 29-30 มกราคม 2561
ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ บางเขน กทม.

ภาพกิจกรรม 30/1/61



ภาพกิจกรรม 29/1/61


 

cattle61

การรณรงค์ฉีดวัคซีป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยในโคนม
รอบที่ 1/2561
ในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

โรคปากและเท้าเปื่อยในโคนม (Foot and mouth disease)
เป็นการระบาดของเชื้อไวรัสของโรคปากและเท้าเปื่อยสามารถเกิดได้จากการสัมผัสกับสัตว์ที่มีการเป็นโรคปากเท้าเปื่อยโดยตรงและการสัมผัสกับบุคคลและยานพาหนะที่เป็นพาหนะระหว่างฟาร์ม รวมทั้งอุปกรณ์ระหว่างฟาร์ม

cattle001การควบคุมการเกิดโรคปากและเท้าเปื่อย (Foot and mouth disease)

           ห้ามสัมผัสทั้งทางตรงกับสัตว์ที่ป่วย และทางอ้อม เช่น ยานพาหนะที่เป็นพาหนะของเชื้อไวรัส
ห้ามมีการเคลื่อนย้ายวัวควาย สัตว์เลี้ยง และสัตว์อื่น ๆ ที่มีการระบาดของโรคในฟาร์มออกจากฟาร์มที่มีการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ เพื่อเป็นการจำกัดบริเวณที่มีการระบาดของโรคนี้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากสัตว์ที่ติดเชื้อโรคนี้แต่ยังไม่ได้มีการแสดงอาการของโรคเกิดขึ้น
ตรวจสอบสัตว์ ยานพาหนะ ภายในฟาร์มหรือบริเวณพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคนี้เกิดขึ้น
การควบคุม Biosecurity ภายในฟาร์มมีความสำคัญคือ ระบบ Biosecurity สามารถช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคนี้ระหว่างฟาร์ม ในช่วงระบาดของโรคนี้ควรจะเข้มงวดในเรื่องนี้อย่างมาก

การควบคุมการนำโรคปากและเท้าเปื่อยการเข้าสู่ฟาร์มมีหลายวิธีดังนี้

  • ถ้าเป็นไปได้ควรจะจำกัดทางเข้าของฟาร์มเพียงทางเดียว ประตูที่ไม่ได้เปิดใช้งานควรล็อคให้เรียบร้อย
  • ล้อมรั้วบริเวณฟาร์มของคุณถ้าเป็นไปได้ และจำกัดผู้เยี่ยมชมฟาร์ม รวมทั้งยานพาหนะควรมีการจำกัดการเข้าออกฟาร์มอย่างเข้มงวด
  • ข้อเตือนใจถ้ามีฟาร์มที่ติดเชื้อโรคนี้ใกล้ฟาร์ม โอกาสที่ฟาร์มของคุณจะติดเชื้อโรคนี้ด้วยค่อนข้างสูงดังนั้น
  • ผู้เยี่ยมชมควรมีการฆ่าเชื้อบริเวณชุดที่สวม มือ พร้อมยานพาหนะที่เข้าและออกจากฟาร์ม
  • หลีกเลี่ยงการเข้าเยี่ยมชมฟาร์มในช่วงที่มีการระบาดของโรค
  • ถ้าคุณจะเยี่ยมฟาร์ม ควรหลีกเลี่ยงการนำเชื้อโรคที่เข้าสู่ฟาร์มหนึ่งไปอีกฟาร์มหนึ่ง
  • ควรเปลี่ยนเสื้อผ้าเมื่อเยี่ยมชมฟาร์มในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเข้าเยี่ยมฟาร์มในช่วงระบาดของโรค
  • ควรทำความสะอาดมือ ยานพาหนะของผู้เข้าเยี่ยมชมฟาร์มในเวลาเข้าและออกจากฟาร์ม
  • ทำความสะอาดเสื้อผ้าที่ใส่ด้วยอุณหภูมิที่สูงเพื่อฆ่าเชื้อโรค
  • ยานพาหนะควรจะจอดด้านนอกฟาร์ม
  • ยานพาหนะที่จะเข้าฟาร์มควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่มีผลต่อโรคปากและเท้าเปื่อย และใช้ในอัตราส่วนที่มีความเข้มข้นเหมาะสมต่อโรค
  • ควรทำความสะอาดอุปกรณ์ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค

 

ตามกิจกรรมการรณรงค์ฉีดวัคซีป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยในโคนม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
โดยมีข้าราชการบรรจุใหม่ (นายสัตวแพทย์ นักวิชาการสัตวบาล และเจ้าพนักงานสัตวบาล)

 

 

 


  DSCF6857

 

 

กิจกรรมเจาะเลือดและฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย (Foot and mouth disease, FMD) ในโคนม 

 


 

 

acti cattle61


นำโดยปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา ปศุสัตว์อำเภอ และทีม HHU พื้นที่ปศุสัตว์เขต 3 ร่วมกับ ข้าราชการบรรจุใหม่ เข้าปฏิบัติงานรณรงค์การทำวัคซีนโรคปากและเท้าเปื่อย ทดสอบโรคแท้งติดต่อ brucellosis (bru) และโรควัณโรค Tuberculosis (TB) 

โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้

1. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย FMD
2. เก็บตัวอย่างเลือดและอุจจาระตรวจเพื่อตรวจสุขภาพโคนม

  • ทดสอบโรควัณโรค Tuberculosis 
  • เก็บซีรั่มตรวจโรคแท้งติดต่อ Brucellosis
  • เจาะเลือดตรวจสุขภาพ
  • เก็บอุจจาระเพื่อตรวจหาพยาธิในทางเดินอาหาร


ภาพกิจกรรม 



วีดีโอกิจกรรมการดำเนินงาน

 sheep2516

โครงการรณรงค์เร่งรัดการทำฟาร์มปลอดโรคในแพะ จังหวัดสุพรรณบุรี 

อำเภอ จำนวน (ฟาร์ม)จำนวน (ตัว)
 แพะ  แกะ
 เดิมบางนางบวช 4 176 -
 ด่านช้าง 12 297 13
หนองหญ้าไซ 13 311 31
ศรีประจันต์ 10 306 -
ดอนเจดีย์ 5 177 10
สามชุก 5 266 -
บางปลาม้า 4 131 -
สองพี่น้อง 12 498 -
เมืองสุพรรณบุรี 5 204 -
อู่ทอง 31 511 52
รวมทั้งหมด 101 2,877 106



         โรคบรูเซลโลซิสหรือที่เกษตรกรนิยมเรียกว่า "โรคแท้ง" "โรคแท้งติดติดต่อ" เป็นโรคติดต่อเรื้อรังที่สำคัญของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น โค กระบือ สุกร แพะ ม้า สุนัข เป็นต้น และติดต่อสู่คนได้ ลักษณะที่ควรสังเกตของโรคนี้ คือ สัตว์จะแท้งลูกในช่วงท้ายของการตั้งท้อง และอัตราการผสมติดในฝูงจะต่ำ
สาเหตุและการแพร่ของโรค

เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ชื่อ บรูเซลล่า (Brucella spp.) พบมีการแพร่ระบาดในทุกประเทศของโลก โดยเฉพาะโคนม ยังมีความสำคัญในด้านสุขภาพอนามัยของมนุษย์ด้วย เนื่องจากโรคนี้สามารถติดต่อถึงคนได้เรียกว่า อันดูแลนท์ ฟีเวอร์ (Undulant fever) พบว่าโคทุกอายุสามารถติดเชื้อนี้ได้แต่ในโคสาวแม่โค โคตั้งท้องและโคเพศผู้ที่โตเต็มวัย สามารถติดเชื้อนี้ได้ง่ายกว่าลูกโค โคส่วนมากจะติดเชื้อ โดยการกินอาหาร น้ำที่มีเชื้อปะปน ซึ่งเชื้อนี้จะออกมากับน้ำปัสสาวะ น้ำนม น้ำคร่ำ ของโคที่เป็นโรค หรืออาจติดเชื้อได้โดยการสัมผัสโดยตรงเชื้อเข้าทางผิวหนัง เยื่อชุ่ม โดยการหายใจ การผสมพันธุ์โดยวิธีธรรมชาติ แต่เกิดขึ้นได้น้อยมาก

เกิดเชื้อแบคทีเรียก่อโรค คือ Brucella melitensis สัตว์ได้รับเชื้อ โรคจากสารคัดหลั่ง รกและน้ำเชื้อ โดยเชื้อเข้าทางปาก จมูกหรือตา ทางผิวหนังฉีกขาดหรือการผสมพันธุ์ เชื้อจะอยู่ใน กระแสเลือดในระยะ 10-20 วัน หลังจากได้รับเชื้อและอาจจะอยู่นาน 30-45 วัน สัตว์จะมีการ ตอบสนองทางซีรัมวิทยา โดยจะตรวจพบแอนติบอดีในซีรัมในระยะ 2-4 สัปดาห์และค่อยๆลดลงในบางครั้ง อาจจะไม่พบแอนติบอดี ในสัตว์ที่ตั้งท้องหรือพบแอนติบอดีในตัวสัตว์ไปจนถึงระยะแท้งลูก หรือคลอดลูก สัตว์อาจมีการแท้งลูกหรือไม่แท้งลูกก็ได้ขึ้นกับปริมาณ เชื้อที่มีอยู่ในร่างกาย สัตว์ที่อยู่ในระยะหยุดให้นมจะพบการตอบสนอง ในระดับที่ต่ำหรืออาจจะไม่พบการตอบสนองทางซีรัมวิทยา ปรากฎการณ์ เช่นนี้จะเป็นจุดอันตรายต่อการควบคุมและป้องกันโรค เพราะสัตว์เหล่านี้จะเป็นตัวอมโรคและแพร่โรค ซึ่งในระยะต่อมา จึงจะตรวจพบแอนติบอดีต่อโรคแพะ-แกะที่ติดโรคพบประมาณ 60-84% แท้งลูกเฉพาะการตั้งท้องแรกเท่านั้นแต่สามารถจะปล่อยเชื้อ ออกมาพร้อมกับ สารคัดหลั่ง รกในระยะคลอดลูกได้
ในแพะที่เป็นโรคบรูเซลโลซิสมีโอกาสเกิดจากเชื้อ B. abortus ได้ถ้าเลี้ยงแพะร่วมกับโคที่เป็นโรคนี้ แต่โอกาสค่อนข้างน้อย และมักไม่แสดงอาการ

การป้องกันโรคบรูเซลโลซิสในฟาร์มแพะ-แกะ
1. ไม่นำแพะที่เป็นโรคบรูเซลโลซิสหรือแพะที่มาจากฝูงที่เป็น โรคหรือมาจากฝูงที่ไม่เคยทดสอบโรคเข้ามาเลี้ยงในฟาร์ม
2. ทดสอบโรคบรูเซลโลซิสประจำปีอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง
3. กรณีที่พบสัตว์แท้งลูกให้เก็บลูกสัตว์ที่แท้ง รกส่งตรวจเพื่อหา สาเหตุของโรค
4. ปรับปรุงระบบสุขาภิบาลให้เหมาะสมในการป้องกันโรค
5. ใส่ถุงมือป้องกันการติดเชื้อโรคกรณีที่ต้องสัมผัสกับรก น้ำคร่ำหรือสิ่งคัดหลั่งจากระบบสืบพันธุ์
6. ไม่มีการใช้วัคซีนโรคบรูเซลโลซิสในแพะ แกะ

การควบคุมโรคในฟาร์มแพะ-แกะที่ติดโรคบรูเซลโลซิส
1. ไม่ควรเคลื่อนย้ายแพะ แกะ เข้า-ออกฟาร์มจนกว่าจะมั่นใจว่า ไม่มีแพะที่เป็นโรคอยู่ในฝูง
2. กำจัดแพะที่เป็นโรค
- กรณีเปอร์เซ็นต์การเป็นโรคในฝูงต่ำ ให้กำจัดตัวที่เป็นโรค ออกจากฝูงและตัวที่เหลือภายในฟาร์มให้ทดสอบโรคทุก 1-2 เดือน ติดต่อกันเพื่อกำจัดแพะที่ให้ผลบวกทางซีรัมวิทยาออกไปจากฝูงจน กระทั่งไม่พบสัตว์ที่ให้ผลบวกทางซีรัมวิทยาต่อโรคบรูเซลโลซิสในฝูง ติดต่อกัน 3 ครั้ง
- กรณีเปอร์เซ็นต์การเป็นโรคให้ผลบวกทางซีรั่มวิทยาที่มี เปอร์เซ็นต์สูงให้กำจัดแพะทั้งฝูง
3. ทำลายเชื้อโรคในคอกแพะภายหลังกำจัดแพะที่เป็นโรค ออกจากฝูง
4. ทำลายรก น้ำคร่ำที่ถูกขับออกมาในขณะที่แพะคลอด หรือ แท้ง โดยการฝังทันทีที่เห็นและทำลายเชื้อโรค
5. ไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นๆ โดยเฉพาะเด็กเข้าในคอกแพะที่เป็นโรคโดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่สัตว์แท้งลูก
6. เกษตรกรผู้ที่สัมผัสกับสัตว์ที่เป็นโรค หรือสงสัยให้รีบปรึกษา แพทย์และแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เพื่อทดสอบโรคในฟาร์ม

กิจกรรมควบคุมโรคบรูเซลโลซิส (Brucellosis) ในฟาร์มแพะ
ข้าราชการบรรจุใหม่ (นายสัตวแพทย์ นักวิชาการสัตวบาล และเจ้าพนักงานสัตวบาล)


วีดีโอการดำเนินงาน